บรูไน ไปทำไม ? : กับ 7 สิ่งมหัศจรรย์เหนือคาด

บรูไน ไปทำไม ? : กับ 7 สิ่งมหัศจรรย์เหนือคาด

     BRUNEI  ประเทศเล็ก ๆ ในอาเซียนที่ใครต่อใครไม่ค่อยจะรู้จัก  รู้แค่ว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในแถบ ๆ นี้ มีสุลต่านที่มีสมบัติมากมายติดอันดับโลก  แต่เท่าที่ถามคนรู้จัก เกือบจะทุกคนแทบไม่เคยคิดจะไปเยือนประเทศนี้กันเลย ด้วยเหตุผลว่า ไม่รู้จะไปทำไม … วันนี้เราจึงจะขอมาเสนอให้ทุกคนได้รู้กันว่า

 

มหัศจรรย์ที่ 1 

ไปเจอป่าเขตร้อนที่เหมือนหลุดมาจาก Jurassic park

     หลาย ๆ คน คงไม่เคยนึกภาพในหัวเลยว่าประเทศเล็ก ๆ แบบนี้จะมีป่าฝนเขตร้อนที่แสนยิ่งใหญ่สุดลูกหูลูกตา  แต่ด้วยเหตุที่บรูไนตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร บนเกาะที่น่าค้นหามากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกอย่างเกาะบอร์เนียว  นั่นเองทำให้พื้นที่ส่วนธรรมชาติของประเทศนี้น่าตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด

     จากใจกลางกรุงบันดาร์เซอรีเบอกาวัน นั่งเรือไปตามแม่น้ำใหญ่ออกไปราว 45 นาที  จะถึง Bangar  บริเวณที่ยังคงธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดของประเทศนี้  โดยทั้งบริเวณอยู่ในอาณาเขตของ Bukit Patoi Forest Reserve  ในบริเวณช่วงเช้าทั่วทั้งบริเวณจะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกที่แสนจะน่าตื่นตาตื่นใจ วันหนึ่งในทริป ต้ากับนุตัดสินใจที่จะเดินท่ามกลางความมืดไปพร้อมกับไกด์เพื่อไปชมจุดชมวิวที่เขาว่ากันว่าสวยสุด ๆ

     ทางเดินขึ้นเขายังดิบอยู่มาก ฉะนั้นอย่าคิดเดินขึ้นมาคนเดียวล่ะถ้าไม่เชี่ยวชาญเรื่องการเดินป่า ไปกับไกด์จะดีที่สุด  แต่ถึงแม้จะต้องเดินฝ่าความลำบากมาราวครึ่งชั่วโมง แต่เชื่อเราเถอะว่าวิวที่เห็นคุ้มค่ามาก ๆ  ผืนป่าขนาดใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกบาง ๆ ที่สะท้อนล้อกันกับแสงอาทิตย์ยามเช้า สวยงามที่สุด จนเราแทบจะไม่เชื่อว่าเป็นภาพที่เราสามารถเห็นได้จากประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้

     ถ้าหากมีเวลาในบรูไนมากกว่า 3 วัน ขอแนะนำให้ซื้อทัวร์จากใจกลางเมืองออกมาที่ป่าแห่งนี้และลองค้างคืนดูซักคืน รับรองภาพของบรูไนที่เคยคิดจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย

บริษัททัวร์ที่เราใช้คือ Freme travel Brunei ที่รับจัดทัวร์ภายในประเทศบรูไนทุกเส้นทางในราคาที่ไม่แพง ลองติดต่อกันได้ที่ http://www.freme.com

 


 

มหัศจรรย์ที่ 2 

ไปเดินที่สุดแห่งทางเดินเหนือพงไพร

     ตอนเด็ก ๆ เราเคยดูการ์ตูนเรื่องทาร์ซานแล้วรู้สึกอยากปีนต้นไม้ขึ้นไปสูดอากาศข้างบนของผืนป่าดูสักครั้ง  แต่ก็ไม่นึกเลยว่าฝันนั้นมันจะเป็นจริงขึ้นมาได้ที่บรูไนนี่เอง ท่ามกลางผืนป่าดิบชื้นที่ต้นไม้สูงเสียดฟ้ากว่า 40-50 เมตร หรือถ้าจะให้เทียบก็เท่ากับตึกสูงมากกว่า 10 ชั้นเสียอีก มีสิ่งก่อสร้างที่ตั้งอยู่เหนือยอดไม้เหล่านั้น นั่นคือ  Canopy Walk แห่ง อุทยาน Ulu Temburong นั่นเอง

     จากบริเวณบ้านพักริมแม่น้ำในอุทยาน เรานั่งเรือลัดเลาะไปตามลำธารที่เค้าว่ากันว่าอุดมไปด้วยธรรมชาติที่ยังใสบริสุทธิ์อย่างที่สุด บางครั้งจะเห็นจระเข้ที่มีความยาวมากกว่า 4 เมตร นอนผึ่งแดดอยู่ที่ฝั่งให้เรารู้สึกใจเต้นด้วย  นั่งไปไม่ไกล จะถึงจุดลงทะเบียนเพื่อเข้าอุทยาน Ulu Temburong  สถานที่ตั้งของทางเดินเหนือต้นไม้อันโด่งดังนั่นเอง

     เดินขึ้นไปตามทางราว 30-40 นาทีก็จะถึง Canopy Walk อันโด่งดัง  ที่นี่เค้าจะมีคนคอยดูแลตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวเรื่องความปลอดภัยเพราะที่นี่มีมาตรฐานสูงทีเดียว

     CANOPY WALK เป็นทางเดินเหนือยอดไม้ที่สูงที่สูงของป่าขึ้นไปอีก เราจึงสามารถเห็นผืนป่าอันกว้างใหญ่ได้สุดลูกหูลูกตา  ขอบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่ควรจะลองมาเจอดูเองสักครั้งหนึ่ง

     นอกจากกิจกรรมเดิน Canopy walk แล้ว บริเวณที่พักก็ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้เลือกทำอีกหลายอย่างเลย ทั้งการโหนตัวจากยอดไม้ข้ามแม่น้ำ พายเรือแคนู หรือกิจกรรมเดินป่า สามารถติดต่อกับทางที่พักหรือเอเย่นท์ทัวร์ได้เลย โดยการจ่ายเงินค่าบริการต่าง ๆ ก็สามารถใช้บัตรเครดิทแทนเงินสดได้เลย สำหรับเราใช้บัตร KTC  ก็สะดวกดีไม่เจอปัญหาอะไร

 


  

มหัศจรรย์ที่ 3

ไปชมมัสยิดสีทองที่สวยงามระดับโลก

     บรูไนเป็นประเทศมุสลิม ศาสนสถานชื่อดังของที่นี่จึงเป็นมัสยิดอย่างไม่ต้องสงสัย และด้วยความมั่งคั่งของสุลต่านบรูไน มัสยิดของที่นี่จึงสวยงามน่าค้นหาไม่ต่างกับมัสยิดชื่อดังอื่น ๆ จากทั่วโลก

     Omar Ali Saifuddin Mosque  หรือ มัสยิดสุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงบันดาร์เซอรีเบอกาวัน  โดยชื่อนั้นตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ สุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน  สมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 28 ของบรูไน ตั้งสวยงามเด่นเป็นสง่าอยู่ติดกับแม่น้ำบรูไน

     วัสดุที่ใช้ก่อสร้างก็ล้วนแต่มีราคาสมกับการก่อสร้างเพื่อสุลต่านอย่างแท้จริง ไล่ตั้งแต่วัสดุหลักที่ทำจากหินอ่อน ไปจนถึงโดมทองคำที่เป็นจุดเด่นของมัสยิดนี้   ส่วนการออกแบบได้ว่าจ้างสถาปนิกอิตาลีชื่อดัง Cavalierre Rudolfo Nolli  มาคุมงานดีไซน์ทุกขั้นตอน รวมถึงการขุดทะเลสาบหน้ามัสยิด เพื่อความงดงามของเงาสะท้อนยามค่ำคืนและเป็นที่ตั้งของเรือพระราชพิธีจำลองอีกด้วย

     ใครมาเยือนบรูไนทุกคน ห้ามพลาดชมที่นี่เด็ดขาดเพราะสวยงามขนาดถูกจัดอันดับจากหลายสถาบัน ให้เป็น 1 ใน 10 ของมัสยิดที่งดงามที่สุดในโลกเลยทีเดียว

     ที่จริงมีมัสยิดที่สวยงามอื่น ๆ อีกหลายแห่ง ถ้ามีโอกาสอยากแนะนำให้ไปเยือนเช่นกัน โดยเฉพาะ Jame Mosque ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร มีความสวยงามไม่ได้แพ้ที่ Omar Ali Saifuddin Mosque เลย โดยเฉพาะยามก่อนพลบค่ำ

 


 

มหัศจรรย์ที่ 4

ไปชมนานาอาหารที่เหนือคาด

     แม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่ที่นี่ก็มีอาหารที่หลากหลาย มีการผสมผสานกันของอาหารท้องถิ่น อาหารอินโด อาหารมาเลย์ อาหารจีน   ทำให้ออกมาเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์ และที่สำคัญถูกปากคนไทยเราเสียด้วยสิ

ร้าน pondok sariwang

ภาพจากร้าน pondok sariwang

     ร้านอาหารที่นี่มีหลากหลายมาก อย่างเช่น ร้าน pondok sariwang ที่ขายอาหารอินโดนีเซีย ผสมบรูไน ซีฟู๊ด  ที่มีรสจัดจ้านและวัตถุดิบสดมาก ราคาก็ไม่แพงเลย อย่างปูขีดละประมาณ 75 บาทเท่านั้นเอง ก็ประมาณตัวละ 400 บาทเท่านั้นเอง รับรองไม่ผิดหวัง

     หรือจะเป็นร้านอาหารจีนอย่าง PHONGMUN ก็ทำอาหารจีนได้รสอร่อยไม่เลี่ยน เราว่าอร่อยกว่าที่จีนหลาย ๆ เมืองเสียอีก  หรือหากต้องการความเป็นส่วนตัว ที่ exclusive club marina yacht brunei ก็น่าสนใจไม่น้อย

ภาพจากร้านอาหารจีน PHONGMUN

ร้าน PHONGMUN

ภาพจาก exclusive club marina yacht brunei

     ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ Street food ต้องไม่พลาด Night market ที่มีอาหารท้องถิ่นขายมากมายหลายสิบร้าน รับรองเลยว่าช็อป ชิม กันสนุกสนานแน่นอน แถมราคาถูกมาก ตกแค่ที่ละ 25-50 บาทเท่านั้นเอง

  


 

มหัศจรรย์ที่ 5

ไปดูวิถีสัตว์แปลก ๆ อันหลากหลาย

     ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่นี่ ทำให้มีสัตว์นานาพรรณที่แสนน่าค้นหาอยู่มากมายหลายชนิด โดยเฉพาะเจ้าลิงจมูกยาวชื่อดัง ซึ่งหาได้บริเวณป่าโกงกางห่างจากตัวเมืองไปราวครึ่งชั่วโมง

     นอกจากนี้ยังมีนกหายากหลายชนิด ค้างคาว แมลงแปลก ๆ ให้เราชมอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว

 


 

มหัศจรรย์ที่ 6

ไปจิบชาในโรงแรมระดับ 7 ดาวแสนหรูหรา ราคาแค่เอื้อ

     ถ้าจะพูดถึงโรงแรมที่มีความหรูหรามากที่สุดในบรูไนก็คงจะไม่พ้น The Empire Hotel & Country Club โรงแรมหรูหราระดับ 7 ดาวที่ใช้เวลาก่อสร้างมากกว่า 10 ปี  โดยจำนวนห้องสามารถรับนักท่องเที่ยวได้ถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณนักท่องเที่ยวทั้งหมดในบรูไนเลยทีเดียว

     โดยโรงแรมหรูแห่งนี้มีครบทั้งศูนย์กีฬาต่าง ๆ ร้านอาหารหรูหรา สนามกอล์ฟชั้นเยี่ยม และห้องพักที่โออ่า หรูหรา

     แต่ถ้าไม่อยากจะจ่ายเงินจำนวนมากสำหรับการมาพักที่นี่ ลองดู Hi tea set ของทางโรงแรมดูสิ เพราะด้วยราคาแค่ประมาณ 600 บาทต่อคน เราก็จะได้จิบชาพร้อมขนมแบบสวย ๆ จำนวนไม่อั้น ไม่จำกัดเวลาที่บริเวณโถงใหญ่ของโรงแรมแล้ว นอกจากนี้เราก็สามารถเดินถ่ายรูปในส่วนกลางของโรงแรมที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามได้อีกด้วย

ลองมาสัมผัสประสบการณ์แบบ 7 ดาว ในราคาเอื้อมถึงได้ที่นี่เลย เปิดบริการทุกวัน

 


 

มหัศจรรย์ที่ 7

ไปสัมผัสวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่น่าประทับใจ

     ถึงแม้จะเป็นประเทศในเขตอาเซียนเหมือนกัน แต่บรูไนก็มีความแตกต่างของวัฒนธรรมที่น่าสนใจทีเดียว ทั้งการแต่งกาย อาหารการกิน หรือสถานที่อยู่อาศัย

     ที่ไปเที่ยวง่ายและสะดวกที่สุดคือ Water village หรือหมู่บ้านริมน้ำที่อาจจะดูคล้าย ๆ ของไทยเรา แต่เค้ามีการจัดระเบียบเป็นบ้านเก่า บ้านใหม่อย่างเรียบร้อยสวยงาม สามารถเดินเข้าชมได้อย่างไม่อันตราย บ้านบางหลังเปิดให้เข้าจิบน้ำชาพร้อมกับชมวิถีชาวบ้านอีกด้วย

     บ้านอีกแบบที่ถือเป็นการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ของประเทศนี้คือ Longhouse เป็นบ้านที่ลักษณะคล้าย ๆ Townhouse แต่ยาวมากกว่า 10 ห้องเลยทีเดียว โดยทางเดินหน้าบ้านจะใช้ร่วมกัน ส่วนใหญ่คนที่อยู่อาศัยก็มักจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน  บางหลังเปิดให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นที่เราสามารถแต่งกายชุดประจำชาติเค้าได้ด้วย เก๋ซะไม่มีล่ะ

 


 

บรูไน ไปยังไง ?

     ไปบรูไนก็ต้องนั่งสายการบินที่บินตรงไปสู่บรูไน โดยสายการบินประจำชาติของที่นี่คือ Royal Brunei  มีบินตรง กรุงเทพ – บรูไน ทุกวัน โดยใช้เวลาในการบินประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

     Royal Brunei เป็นสายการบิน Full service ที่ให้บริการไปหลายจุดหมายปลายทางเลยเชียวแหละ นอกจากบรูไนแล้ว คนก็นิยมที่จะนั่งไปบาหลี หรือออสเตรเลียอีกด้วย เพราะอยู่ในระหว่าเส้นทางการบินไปจุดหมายเหล่านั้น หลายคนใช้วิธีตวบทริปเป็น บาหลี – บรูไน หรือแวะเที่ยวหลังจากกลับจากออสเตรเลีย

     นอกจากนี้สายการบินนี้ยังสนับสนุนเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษด้วย มีส่วนลดสำหรับนักเรียนที่จะบินไปเรียนที่ออสเตรเลีย  และเนื่องจากเป็นสายการบินของประเทศมุสลิม จึงไม่เสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็เบาใจได้ระดับหนึ่ง  ช่วงนี้มีโปรสำหรับคนใช้บัตร KTC  ด้วย โดยเมื่อซื้อตั๋วเครื่องบินกับทางสายการบิน จะได้ไมล์เพิ่มตั้ง 5,000 ไมล์  เท่ากับบินทางไกลตั้งหลายรอบกว่าที่จะได้คะแนนขนาดนี้

 


 

บรูไน ไปนอนแบบไหน ?

     ที่พักในบรูไนมีหลากหลายแบบ ทั้งเป็นโรงแรม หรือเป็นบ้านริมน้ำ ที่ให้บรรยากาศการผจญภัย ราคาที่พักเริ่มต้นที่ราวห้องละ 2,000 บาท ถือว่าราคาค่าที่พักไม่ได้ห่างจากที่ประเทศไทยเลย โรงแรมที่เราได้ไปพักในครั้งนี้ได้แก่ Wafa Hotel , Badiah Hotel  ที่อยู่ในบริเวณตัวเมือง กับ  Freme Lodge ที่อยู่บริเวณในอุทยาน ถ้าใครอยากสัมผัสธรรมชาติ แนะนำให้ลองพักที่ Lodgeซักคืนจะสบายกว่า

ภาพจาก Radisson Hotel Brunei Darussalam

ภาพจาก Wafa Hotel

 


 

ขอบขอบคุณรูปภาพและบทความจากtravelkanuman.com 

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่

Visitors: 142,174